ธนาคารใหญ่ๆ จะเป็นแบบนี้หรือเปล่า

Updated: Sep 26, 2018

ในสองปีที่ผ่านมา มีสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นที่อย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อน หลายๆบริษัทเริ่มล้มหาย ตายจากไปเรื่อยๆ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ไปดูกัน #DisruptWithTech #DCitizen #Phonlamuengdee

ปี 2000 Netflix พยายามขายบริษัท ให้กับ Blockbuster ด้วยราคา 50 ล้านเหรีญ (ประมาณ 1,700 ล้านบาท) สิบปีต่อมา Blockbuster ประกาศล้มละลาย ในขณะที่ปัจจุบัน Netflix มีมูลค่า มากกว่า 19,000 ล้านเหรียญ (ประมาณ 6 แสนล้านบาท)


Toys R Us  ร้านขายของเล่นยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกันที่เปิดมาถึง 69 ปี ได้ยื่นขอล้มละลายไปเมื่อกลางเดือนกันยายน 2017 ที่ผ่าน จากปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้า โดยเฉพาะการเข้ามาอย่างเต็มตัวของ E commerce แม้ว่า Toys R Us จะขยับไปเล่นบนโลกออนไลน์ แต่ก็ยังสู้กับ Walmart และ Amazon ที่แข็งแกร่งกว่าในตลาดออนไลน์ไม่ได้ ทำให้ยอดขายของ Toys R Us ตกลงอย่างเห็นได้ชัด ประกอบกับหนี้สินที่มีอยู่เป็นจำนวนมากก็ทำให้ Toys R Us จำต้องยอมขอยื่นล้มละลายในที่สุด


โกดัก (Kodak) คิดค้นกล้องดิจิทัล เป็นบริษัทแรก แต่ไม่ทำอะไรต่อ จนต้องประกาศล้มละลายไปในปี 2012


มีอีกหลายบริษัทใหญ่ๆ อีกมากมาย ที่กำลังประสบปัญหาคล้ายๆกัน เรามาดูกันว่าสาเหตุคืออะไรกัน


ทั้งสามบริษัทตัวอย่าง ล้วนแล้วแต่เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่เชื่อมั่นในความสำเร็จเดิมๆ ที่มีมา ดำเนินธุรกิจแบบเดิมๆ แม้จะมีบ้างที่มีคิดค้น สิ่งใหม่ๆ แต่ก็ถูกละเลยไม่ให้ความสำคัญ จนสุดท้ายก็ต้องล้มในที่สุด


Blockbuster ยักษ์ใหญ่ให้เช่า วีดีโอ ดีวีดี ปรับตัวไม่ทัน สุดท้ายพ่ายให้กับ Netflix กับธุรกิจ ดูหนังผ่านเน็ต (Video Streaming) โกดัก ยักษ์ใหญ่ขายฟิล์ม พ่ายให้กับ กล้องดิจิทัล และมือถือ และ Toys R Us ยักษ์ใหญ่ ขายของเล่น พ่ายให้กับ Amazon ร้านค้าออนไลน์


หลักๆ จะเห็นว่าทั้งสามบริษัท ไม่สามารถจะปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสิ่งหนึ่งที่ ทำให้ความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนไปอย่างไม่เคยมีมาก่อน สิ่งๆนี้ก็คือ เทคโนโลยี ดิจิทัล หรือที่เราเรียกว่า พายุดิจิทัล ดิสรับชั่น (Digital Disruption) เรามาดูกันว่า ไปไงมาไง เทคโนโลยีนี้ถึงส่งผลกระทบได้ขนาดนี้


ตัวการแรก และสำคัญมากๆ ก็คือ อินเทอเน็ต ทำให้การติดต่อ สื่อสารข้ามโลก เป็นไปได้ง่ายๆ

ตัวการที่สอง ก็คือ โทรศัพท์มือถือ ทำให้การสื่อสาร ติดตัวไปได้ทุกๆที่

ตัวการที่สาม ก็คือ Facebook, Line (โซเชียล มีเดีย) ติดปีกให้การสื่อสาร ทำให้ทุกๆคน สามารถมีส่วนร่วมกับการสื่อสารได้ เพราะเรื่องส่วนตัวก็สื่อสารกันได้ สิ่งนี่แหละ ที่ทำให้พวกเราติดมือถือกันจนงอมแงม

ตัวการที่สี่ ก็คือ ข้อมูล (Data) เมื่อมีคนคุยกันเยอะๆ ออนไลน์เยอะๆ ข้อมูลบนอินเทอเน็ตก็ท่วมล้นทันที เชื่อหรือไม่ว่า 90% ของข้อมูลทั้งหมด เกิดขึ้นภายในสองปีที่ผ่านมานี่เอง

ตัวการที่ 5 และสำคัญที่สุด ก็คือ มนุษย์พันธ์ใหม่ ที่เราเรียกว่า พันธ์ดิจิทัลนั่นเอง มนุษย์พันธ์นี้ ชอบเรียนรู้ ชอบข้อมูลเป็นชีวิต จิตใจ ติดตาม ทำความรู้จักลูกค้า ทุกนาที และทำงานกันแบบไม่คิดชีวิต 2 อาทิตย์ได้ของใหม่ๆเสนอลูกค้า ถึงลูกค้าไม่โดน ไม่ชอบก็เปลี่ยนทันที กล้าเสี่ยง ไม่ยึดติดกับกฏระเบียบ หรือ ความสำเร็จเดิมๆ และที่สำคัญหวังผล แบบที่เรียกว่า โตเพิ่มขึ้น 30% ต่อปี ไม่อยู่ในหัว สิ่งที่หวังคือ โตแบบ 10 เท่า โตแบบ 1000%


จากห้าตัวการหลักนี่ ทำให้ บริษัทที่ทำธุรกิจออนไลน์ต่างๆ และมนุษย์พันธ์ดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น อเมซอน (Amazon), กูเกิล (Google) หรือ แอปเปิ้ล (Apple) สามารถเก็บข้อมูลพวกเรา และนำไปวิเคราะห์เพื่อตอบสนองความต้องการได้อย่างหลากหลายออนไลน์ เมื่อข้อมูลเยอะได้ที่ เมื่อนั้นก็เป็นที่มาของ สิ่งหนึ่งที่ที่เราเรียกว่า ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligent) ที่สามารถนำเอาข้อมูลเหล่านี้มาเรียนรู้ จนเริ่มมีความฉลาดเหมือนมนุษย์ ที่เราเรียกว่า  แมชชีน เลิร์นนิ่ง (Machine Learning) จนปัจจุบัน กล้องต่างๆ ตามท้องถนน ก็สามารถรู้ได้ว่า สิ่งไหนเป็นคน สิ่งไหนเป็นรถ Netflix เองก็สามารถเลือกหนังมาวางเรียงให้เราดู ตามความสนใจ ความชอบของเราได้ บริษัทออนไลน์ หรือตอนนี้ขอเรียกว่า บริษัทดิจิทัล ต่างๆ ก็เหมือนเสือติดปีก เพราะสามารถนำเสนอสิ่งต่างๆให้ลูกค้า ได้โดยที่บริษัทเดิมๆ อื่นไม่สามารถทำได้เลย และยิ่งวันข้อมูลก็ยิ่งจะเยอะๆ ขึ้นไปเรื่อยๆ บริษัทไหนไม่ใช้ข้อมูล ก็เตรียมเก็บกระเป๋ากลับบ้านไปได้เลย


โลกปัจจุบันถูกเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ด้วยสิ่งที่เราเรียกว่า ดิจิทัล ทั้งเทคโนโลยี และมนุษย์พันธ์ใหม่ จากนี้สิ่งที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า จะเปลี่ยนเร็ว อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โลกอนาคตที่เราเคยเห็นในหนังตอนนี้เกิดขึ้นจริงเกือบหมดแล้ว และจะมีสิ่งต่างๆที่เราไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมี เกิดขึ้นอีก


บริษัทที่เคยเป็นเบอร์หนึ่ง ยังล้มละลายได้ งานที่มีวันนี้ พรุ่งนี้อาจจะหายไปก็ได้ สิ่งที่เราทำได้วันนี้ ตอนนี้ก็คือ เราต้องกลายพันธ์เป็น มนุษย์ดิจิทัลให้ได้ แต่ไม่ใช่ว่าเราต้องรู้เทคโนโลยี ต้องเขียนโปรแกรมเก่งๆ แต่เราต้องพร้อมปรับตัว พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รู้จักที่จะใช้ประโยชน์จากเครื่องมือดิจิทัลใหม่ๆที่มี แม้ว่าจะต้องปรับเปลี่ยนวิถีการทำงานใหม่ก็ตาม เพียงเท่านี้เราก็ไม่ต้องกลัว สิ่งใหม่ๆที่จะเข้ามา เพราะเราพร้อมรับมันเสมอ


สิ่งหลักๆที่ทำให้ Blockbuster, Toy R US และ Kodak ล้มไม่ใช่ เพราะกระแสดิจิทัล แต่เป็นการไม่ยอมเปิดรับ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไม่ยอมปรับตัว ติดในความสำเร็จเดิมๆ...


#LifeLongLearning, #GrowthMindset, #UnlearnToLearn #DisruptWithTech


อ่านเพิ่มเติม

ทางอยู่รอดชาวแบงค์ ตอนที่ 1

รู้จักคำว่าดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น

ธนาคารญี่ปุ่นวิกฤติ

©2018 by ทีมงานพลเมืองดี(จิทัล) . 

  • TikTok
  • Instagram
  • Facebook Page พลเมืองดี
  • YouTube
  • blockdit
  • CareThaiBiz Logo