• พลเมืองดี(จิทัล)

แกะรอย#1 หากคุณต้องติดคุก 20 ปี ด้วยข้อหาฆ่าคนตาย และอยู่ๆก็มีคนมาสารภาพผิดว่าเป็นฆาตกรตัวจริง

Updated: Jun 11

แกะรอย#1 "ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดกับคุณ คุณจะทำอย่างไร?"

หากคุณต้องติดคุก 20 ปี ด้วยข้อหาฆ่าคนตาย และอยู่ๆก็มีคนมาสารภาพผิดว่าเป็นฆาตกร


ปี 1988 เด็กน้อยอายุ 13 ปีถูกข่มขืนและเสียชีวิตบนเตียงของเธอ ถ้าคดีนี้เกิดขึ้นในเมืองอื่นๆ คงจะเป็นเรื่องที่ทำให้คนตื่นตระหนกกันแน่ๆ แต่คดีนี้เกิดขึ้นที่เมือง ​Hwaseong ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ใกล้ๆเมือง โซล

ที่เมืองนี้คดีแบบนี้เกิดขึ้นเป็นคดีที่ 8 แล้วในสองปีที่ผ่านมา

เกือบจะหนึ่งปีผ่านไป ตำรวจได้บุกเข้าไปในบ้านของ ช่างซ่อมหนุ่มอายุ 22 ปี ที่กำลังจะทานข้าวเย็น


"นี่มันเรื่องอะไรกันครับเนี่ย" ยุน​ (นามสมมติ) ถาม "ใช้เวลาไม่นานหรอก" ตำรวจที่บุกเข้าไปตอบ

ตำรวจได้พายุนไปสถานีตำรวจเพื่อสอบสวน ที่ห้องสอบสวนเล็กๆ ที่ทั้งห้องมีโต๊ะเพียงตัวเดียวเท่านั้น โดยตำรวจใช้เวลาสอบสวน 3 วัน 3 คืน ติดกัน และสุดท้ายก็ได้กลับออกมาพร้อมกับคำสารภาพ

ในคำสารภาพเขียนไว้ว่า เวลาประมาณเที่ยงคืน นาย ยุน ออกไปเดินเล่นรับอากาศบริสุทธิ์ แต่เนื่องจากเขาเป็นโปลิโอ ทำให้เขาต้องเดินและ หยุดพักอยู่หลายรอบ จนเขาได้มาเห็นแสงไฟจากห้องของเด็กหญิง ในคำให้การกล่าวต่อว่า เขาได้ปีนขึ้นไปบนห้องของเด็กหญิง ข่มขืนและ ฆ่าเด็กหญิง ในขณะที่คุณพ่อคุณแม่ของเด็กนอนหลับอยู่ห้องข้างๆ หลังจากนั้นเขาก็หนีออกมา ได้ทำการเผาเสื้อผ้าทิ้ง และรีบกลับบ้าน (เรารู้เรื่องเกี่ยวกับครอบครัวของเด็กหญิง น้อยมากๆ เพราะไม่เคยออกสื่อเลย)

จากคำสารภาพ ศาลได้ตัดสินจำคุก ยุน ตลอดชีวิต และต่อมาลดโทษลงเหลือ 20 ปี จริงๆแล้วเหมือนทุกอย่างก็น่าจะจบลง แต่ปัญหามีอยู่ว่า ตัวของ ยุน เองพูดเสมอว่า "เขาไม่ได้เป็นคนฆ่า"

เมือง Hwaseong


มารู้จักเมือง Hwaseong กันสักนิด ย้อนไปก่อนปี 1986 เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ ที่สงบสุข ล้อมรอบด้วย หุบเขา และทุ่งนา และไม่ใช่ที่ที่จะมีคดีแบบนี้เกิดขึ้น เมืองนี้มีประชากรแค่ 226,000 คนเท่านั้น ซึ่งจะอาศัยกระจายกันอยู่


Source: 화성시 · 화성온TV, Timelapse in Hwaseong City

เมืองนี้มี หมู่บ้านเล็กๆ ชื่อว่า Taean-eup ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ ยุน อาศัยอยู่ที่นั่นในตอนนั้น Taean-eup เป็นชุมชนที่เต็มไปด้วย บาร์ และร้านกาแฟสไตล์เกาหลี ที่ชาวบ้านมักจะนัดกันมาล้อมวงสังสรรค์ และซุบซิบกันเป็นประจำ


ชาวบ้านส่วนใหญ่ทำงานตามโรงงานต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโรงงานผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่นหลอดไฟ บ้างก็ทำสวน ทำไร่ ไถนา คนที่ทำงานในเมือง ที่บ้านก็ยังคงเลื้ยงวัว เลี้ยงควาย นาย Hong Seong-Jae เจ้าของร้านซ่อมแซมอุปกรณ์กสิกรรม ที่ ยุน ทำงานอยู่ เล่าให้ฟังว่า ที่หมู่บ้านนี้ทุกคน รู้จักกันหมด และก่อนที่จะมีคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเกิดขึ้น คดีที่เกิดขึ้นที่นี่อย่างมากก็เป็นแค่คดีขโมยของ ปล้นจี้ ธรรมดา ฮอง ยังเล่าต่ออีกว่า หมู่บ้านนี้พวกเขาจนมาก แทบจะไม่เหลืออะไรให้ขโมย


แต่พอมาถึงปี 1986 ทุกๆอย่างก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ในเดือนกันยายนปีนั้น มีผู้หญิงถูกฆ่าตาย ซึ่งเป็นคนแรกของคดีฆาตรกรรมต่อเนื่อง และเป็นจุดเริ่มต้นของคดีที่เราเรียกว่า “ฆาตรกรรมต่อเนื่อง Hwaseong” ซึ่งมีการฆาตกรรมอย่างต่อเนื่องจนถึงปี 1991 โดยทั้งหมดมีเด็ก และผู้หญิง 10 คนถูกฆ่าในแถบ Hwaseong รวมถึง เด็กหญิงอายุ 13 ปี ด้วย ในทุกคดี เหยื่อถูกทำร้าย และล่วงละเมินทางเพศ.​ โดยส่วนใหญ่ เสื้อผ้าของเหยื่อจะถูกใช้ในการฆาตรกรรม. และเหยื่อจะมีตั้งแต่ แม่บ้าน นักเรียน และพนักงานห้าง เหยื่ออายุน้อยสุด 14 ปี และอายุมากสุด 71 ปี



หลังจากที่มีคดีนี้ ชาวบ้านทุกคนจะรู้สึกว่าไม่มีใครที่จะปลอดภัยเลย และยิ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ฆาตรกรรมเพิ่มขึ้นต่อเนื่่องเรื่อยๆ ความกลัวของชาวหมู่บ้านก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคุณ


ต่อมาชาวบ้านเริ่มที่จะรวมตัวกัน ช่วยกันออกตรวจตรากันในยามค่ำคืน ส่วนผู้หญิงจะไม่ออกจากบ้านหลังฟ้ามืดไปแล้ว

ชาวบ้านคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า เวลากลางคืนถนนจะมืดมาก ที่นี่ไม่มีไฟถนน “โดยปกติฉันจะขึ้นรถประจำทาง และทุกครั้งที่ฉันเห็นผู้ชาย ฉันจะตกใจ และกลัวมาก หลายๆ คนบอกฉันว่าห้ามใส่เสื้อสีแดง และห้ามออกจากบ้านเวลากลางคืน”


(มีข่าวลือกันว่าฆาตรกรจะมีความหลงไหลในคนที่ใส่ชุดสีแดง)

ฮอง ชาวบ้าน Taean-eup จำได้ว่าตอนนั้นผู้ชายทุกคนจะกลัวมากที่จะต้องโดนตำรวจสอบสวน บรรยากาศในหมู่บ้านเริ่มเงียบขึ้นเรื่อยๆ และน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ “พวกเรากลัวมากที่จะถูกมองว่าเป็นฆาตรกร พวกเราไม่มีใครออกไปดื่มข้างนอกเลย”

การสอบสวน

เมื่อเหยื่อรายแรกถูกฆ่า คดีก็จะตกเป็นหน้าที่ของตำรวจท้องถิ่นที่ต้องดูแลคดีนี้ แต่หลังจากที่มีเหยื่อถูกฆ่า 3 ราย ติดต่อกันสามเดือน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ขอความช่วยเหลือจากนักสืบจากเมืองใกล้เคียงมาช่วย ทุกๆคนได้ลงความเห็นว่า พวกเขากำลังเผชิญกับคดีฆาตรกรต่อเนื่องเข้าแล้ว


คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานน้อยมาก สมัยนั้นไม่มี กล้องวงจรปิด ไม่มีการดักฟังโทรศัพท์ หรือการตรวจ DNA ยังจำกัดมากๆ ตำรวจต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน และต้องใช้วิธีต่างๆในการที่จะจับฆาตกรให้ได้

ฆาตรกรรม 5 รายแรก เกิดขึ้นในระยะห่าง 6 กิโล ทางตำรวจได้กระจายกำลังเป็นสองทีม และคุมระยะทุกๆ 100 เมตร แต่สุดท้ายก็ยังไม่เป็นผล ทุกๆครั้งที่เกิดเหตุฆาตกรรม จะเกิดที่บริเวณที่ไม่มีตำรวจอยู่เลย

มีตำรวจหญิงคนหนึ่งพยายามที่จะแต่งชุดสีแดง เพื่อล่อฆาตกรออกมา บางคนถึงกับพึ่งแม่หมอ ที่บอกว่า ให้ไปหาผู้ชายที่นิ้วมือไม่ครบ หรือบางคนขนาดพึ่งพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ แต่ก็ไม่เป็นผล

ฆาตกรยังลอยนวล และฆาตกรรมก็ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตำรวจได้บันทึกข้อมูลในแฟ้มคดีความมากกว่า 2 ล้านวัน หนึ่งในนักข่าวเล่าในวีดีโอ YouTube ของเขาว่า “ยิ่งพวกเราสืบหา เท่าไหร่พวกเราก็ยิ่งรู้สึกหมดหนทาง และยิ่งโกรธแค้นฆาตกรมากขึ้นเรื่อยๆ”

สำหรับ ยุน เจ้าหน้าปักใจเชื่อว่าเขาเป็นฆาตกร หนึ่งในคดีทั้ง 10 คดี โดยคดีเขาเถือว่าป็นคดีเลียนแบบ (Copy Cat) แต่คดีที่เหลือก็ยังคงเป็นปริศนาอยู่

คดีนี้ ที่เป็นหนึ่งในคดีที่ดังที่สุดในเกาหลีใต้ก็ว่าได้ หลังจากวันนั้น ผ่านมาอีกหลายปี ก็ดูว่าจะไม่มีใครสามารถไขคดีนี้ได้เลย


ในปี 2003 ปริศนานี้ได้ถูกนำมาสร้างเป็นหนังชื่อว่า “ความทรงจำของฆาตกร (Memories of Murder)” สร้างโดย Bong Joon Ho ผู้สร้างหนังเรื่อง “Parasite” และ ในปี 2004 คดีของเหยื่อรายสุดท้ายก็หมดอายุลง ซึ่งก็หมายความว่า แม้ว่าเราค้นพบฆาตกร แต่จะไม่มีการขึ้นศาลเพื่อตัดสินคดีให้กับครอบครัวของผู้เคราะห์ร้ายแต่อย่างใด



Source: MOVIE PREDICTOR, MEMORIES OF MURDER (2003) | Full Movie Trailer in Full HD | 1080p

Source: Korea Now Youtube, "Memories of Murder" serial killer suspect confesses in 3 decades

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ฆาตกรรมต่อเนื่องนี้ ก็ไม่เลือนหายไปจากความทรงจำของชาวเมือง Hwaseong แต่อย่างใด และตำรวจก็ยังไม่ละทิ้งความพยายามที่จะค้นหาฆาตกร

ในเดือนกันยายน ปี 2019 ตำรวจก็ได้ประกาศข่าวที่เป็นที่ฮือฮากันอย่างมากว่า ผลจากการที่ตำรวจได้ส่งหลักฐานที่เก็บไว้ถึง 30 ปี ให้กับสำนักงานตรวจสอบหลักฐานเพื่อพิสูจน์ DNA


Source: CNA Youtube: South Korean serial killer suspect identified after 33 years

ผลการพิสูจน์ DNA จากอย่างน้อย 3 คดีฆาตกรรม ตรงกับผู้ชายคนหนึ่ง ชื่อว่า Lee Chun-jae, ซึ่งปัจจุบันถูกจำคุกตลอดชีวิต จากคดีฆ่าข่มขืน ลูกพี่ลูกน้องในปี 1994 ซึ่งเป็นคดีที่ดังมากในเกาหลีใต้ คดีหนึ่งเช่นกัน

หนึ่งเดือนต่อมา Lee ได้ยอมสารภาพว่าเขาเป็นฆาตกรของทั้ง 10 คดี และอีก 4 คดีที่ตำรวจไม่ได้ให้รายละเอียดไว้

เขาให้การถึงรายละเอียดของการฆาตกรรม ได้อย่างละเอียด แม้กระทั้งวาดรูปลงในกระดาษ อธิบายถึงบริเวณที่เกิดเหตุได้อย่างชัดเจน ซึ่งคำให้การทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก และทำให้ทางฝั่งของตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตกอยู่ในสภาวะลำบากมากเช่นกัน

ถ้า Lee เป็นฆาตกรของคดีทั้งหมด รวมถึงคดีของเด็กหญิงอายุ 13 ปี ก็จะหมายความว่า ยุน ต้องติดคุก 20 ปี เป็นการโดนลงโทษในสิ่งที่เขาไม่ได้ก่อ

ในทางกฏหมาย การสารภาพของ Lee ก็ยังไม่เพียงพอที่จะช่วยให้ ยุน บริสุทธิ์ได้ เพราะเข้ายังเป็นแค่ผู้ต้องหา และคดีของเขาหมดอายุไปตั้งแต่ปี 2004 แล้ว ดังนั้นกฏหมายจะยังไม่สามารถเอาผิด Lee ได้

ชีวิตของ ยุน

ปัจจุบัน ยุน อายุ 50 กว่าๆ ทำงานอยู่ที่โรงงาน ที่อยู่ทางเหนือของเมือง Chungcheong ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงโซล (นั่งรถไฟเพียงไม่กี่ชั่วโมงจากโซล) ซึ่งดูจากภายนอกแล้วตอนนี้เขาดูมีความสุขดี เป็นคนคุยสนุก และชอบสังสรรค์กับเพื่อนฝูง

ดูเหมือนว่าชีวิตของ ยุนมีความสุขดี แต่จริงๆแล้ว ชีวิตของเขานั้นผ่านความยากลำบากมามากมาย

ในวัยเด็ก ครอบครัวของยุน ต้องย้ายที่อยู่ตลอดเวลา ตอนที่ ยุน เรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 3 เขาต้องสูญเสียแม่เขาไป และไม่นานคุณพ่อเขาก็หายไป ทำให้เขาต้องออกจากโรงเรียน ยุนได้มาปักหลักอยู่ที่ Hwaseong เขาต้องนั่งขอทานอยู่หน้าภัตตาคารอยู่เกือบปี พอเขาอายุ 11 ปี เขาก็ได้เริ่มเข้าทำงานที่ศูนย์ขายอุปกรณ์กสิกรรม และเมื่ออายุ 22 ปี เขาก็ได้เข้ารับการอบรมเพื่อจะเป็นเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคที่ศูนย์นี้

เขาเป็นคนสูบบุหรี่จัด และไม่เคยมีสัมพันธ์กับผู้หญิงใดๆเลย เขาให้การกับตำรวจในคำสารภาพว่า “ผมไม่เคยคิดพยายามที่จะคุยกับผู้หญิงเลย เพราะผมเชื่อว่าไม่มีใครที่จะชอบคนพิการอย่างผม”

Hong เจ้านายเก่าของ ยุน จำได้ว่าใบหน้าของเขาจะดูอมทุกข์ และซึมเศร้าอยู่ตลอดเวลา Hong บอกกว่า “ผมคิดว่าน่าจะเป็นเพราะเขาโตมาไม่มีพ่อแม่”, “เขาไม่ค่อยจะชอบพูด หรือแสดงความรู้สึกเท่าไหร่นัก แต่เขาก็เป็นช่างเครื่อง ที่เก่งมากๆ"

หลังจากที่ตำรวจจับเขาไป ยุน จำได้ว่าถูกใส่กุญแมือในห้องสอบสวนอยู่ตลอดสามวัน เขาแทบจะไม่ได้ทานอะไรเลย จะไปไหนมาไหนได้ก็แค่เข้าห้องน้ำ และเมื่อไหร่ที่เขาเริ่มง่วงและจะหลับ ตำรวจก็จะรีบปลุกเขาขึ้นมา

“ช่วงนั้นเหมือนฝันร้ายจริงๆ” ยุนกล่าว “และเมื่อไม่ได้นอนสามวันติดกัน คุณจะแทบไม่รู้เลยว่าคุณพูดอะไร หรือทำอะไรออกไป สมองจะไม่สั่งการ ทุกอย่างจะงงไปหมด"

“ตอนนั้นสิ่งที่ทำได้ก็คือ ก็ต้องตามคำถาม ตามที่ตำรวจบอก”

มาถึงตอนนี้ยุน เชื่อว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรมเลย ส่วนหนึ่งก็มาจากที่เขาไม่รู้เรื่องอะไรเลยเกี่ยวกับกฏหมาย เขาไม่แม้กระทั้งเรียนจบชั้นประถม

ยุนได้เซ็นคำสารภาพ 3 ฉบับ และยอมรับผิดเพื่อที่จะไม่ต้องโดนโทษประหารชีวิต

Hong ได้กล่าวว่า “ยุน คงต้องรู้สึกว่าทุกอย่างไม่ยุติธรรมกับเขาเลย ผมต้องเสียธุรกิจผมไปเพราะไม่มีคนที่มีทักษะอย่างยุน แต่ยุน ต้องสูญเสียเวลาของเขาเกือบทั้งชีวิต”

เดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทางการได้มีการสืบสวนตำรวจ 7 นาย และอัยการที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ตั้งแต่เริ่มแรก และเรื่องการใช้กำลังในการใต่สวนคดีในตอนนั้น ปัจจุบันผลการสืบสวนยังไม่ประกาศออกมา

จริงๆแล้วไม่ใช่มีแค่ ยุน ที่โดนทรมานตอนสอบสวน มีชายชื่อ คิมถูกกล่าวหาว่าเป็นฆาตกร คดีนี้รายที่ 4 และ 5 ได้ถูกสอบสวน และทรมานเช่นกัน คิมได้ฟ้องกลับและชนะคดี แต่ทว่าสุดท้าย สองปีถัดมาเขาได้ฆ่าตัวตายเนื่องจาก ความเครียด และโรคซึมเศร้า

ตอนนี้ยุน ได้ยื่นต่อศาสให้พิจารณาคดีใหม่ เพื่อจะได้ล้างความผิดให้กับเขา ซึ่งคำให้การของ ฆาตกรตัวจริงจะมีผลต่อรูปคดีเป็นอย่างมาก

“ผมต้องการเพียงแค่ได้ศักดิ์ศรี ความบริสุทธิ์ของผมคืนมา เพียงเท่านี้ผมก็พอใจแล้ว” Yoon กล่าว


บทความนี้เขียนมาเพื่อประกอบการเรียนรู้ ทักษะการเล่าเรื่อง (Story Telling) โดยส่วนใหญ่แปลมาจากบทความของ สำนักข่าว CNN หากสนใจอยากอ่านวิธีการเล่าเรื่องจริงๆ จากต้นฉบับสามารถอ่านได้ที่ลิงค์ข้างล่าง

Source: CNN https://edition.cnn.com/2020/05/23/asia/south-korea-hwaseong-murder-injustices-intl-hnk/index.html

163 views

©2018 by ทีมงานพลเมืองดี(จิทัล) . 

  • TikTok
  • Instagram
  • Facebook Page พลเมืองดี
  • YouTube
  • blockdit
  • CareThaiBiz Logo